
เทพวัฒนา ผสานองค์ความรู้ด้านการเกษตร ผลิตภัณฑ์มาตรฐานสากล และทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลถึงไร่ถึงสวน เพื่อผลผลิตคุณภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัท เทพวัฒนา จำกัด มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรด้วย มาตรฐานและความรับผิดชอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ การตรวจสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการ ตลอดจนการจัดเก็บและขนส่งอย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า
เรายังให้ความสำคัญกับ การให้คำแนะนำอย่างถูกวิธีโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม ดูแลพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม มาร่วมทำความรู้จักกับ เรื่องราว แนวคิด และมาตรฐานของเทพวัฒนา ที่อยู่เบื้องหลังทุกความไว้วางใจจากเกษตรกรไทย
การได้รับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 คือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า เราจึงมุ่งเน้นที่จะผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจว่าได้รับสินค้าที่ดีที่สุด
เทพวัฒนาได้รับมาตรฐาน ISO 14001 ซึ่งเป็นระบบเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กร เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตสินค้าอย่างปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
องค์ความรู้ที่ทรงคุณค่า ประสบการณ์ที่สั่งสมส่งต่อรุ่นต่อรุ่น เพื่อผลผลิตที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกร
กลยุทธโลจิสติกส์การบริการขนส่งสินค้า เน้นระยะเวลาส่งมอบตรงเวลา ปริมาณความเสียหายของสินค้าจากการขนส่งเป็น 0 % ลูกค้าจะต้องได้รับการบริการที่ดีเยี่ยมจากพนักงานจัดส่งสินค้า
มากด้วยพนักงานที่มีความรู้ และประสบการณ์ที่พร้อมพัฒนาตนให้บริการอย่างสุดความสามารถ ให้คำปรึกษาถึงไร่ ถึงสวน
การได้เห็นเกษตรกร ได้ผลผลิตทีมีคุณภาพ ส่งออกได้ราคา จากคำแนะนำ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ด้านการเกษตร โดยการใช้สินค้าอย่างถูกวิธี ในอัตราที่เหมาะสม
We are committed to growing more than crops — we’re growing a better future for people, communities, and the planet.
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลและบำรุงพืชในทุกช่วงการเจริญเติบโต เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน
ครอบคลุมการเพาะปลูกพืชหลากหลายชนิด พร้อมตอบโจทย์สภาพพื้นที่และความต้องการของเกษตรกรในแต่ละภูมิภาค
Driven
by Innovation
การบำรุงต้นทุเรียนตั้งแต่ต้นเล็ก เป็นรากฐานที่สำคัญ สร้างใบเป็นคลังสะสมอาหาร เลี้ยงดอก เลี้ยงผล
ส้ม
ความยากในการบริหารธาตุอาหารในส้ม อัตราใช้และช่วงเวลาใช้ที่เหมาะสม ต้องทำความเข้าใจผลข้างเคียงที่จะตามมา
สวนทุเรียน
ทำสวนทุเรียนอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ช่วงที่ตัดทุเรียนขาย เจอปัญหาโรคไฟทอปธอร่า ทำลายผลทุเรียนทำให้ขายไม่ได้ราคา ได้ใช้สินค้าเทพวัฒนา ทำให้ลดการระบาดของโรคได้เยอะมาก ขายได้ราคาที่พึงพอใจ และส่งออกตามเกณฑ์มาตรฐานครับ
ป๋าอี๊ดลือชัย อ.ขลุง จ.จันทบุรี
สวนส้ม
ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
ได้ทดลองใช้ อมฤต ในช่วงเปิดตาดอกส้ม ผลที่ได้ดีเกินคาด อมฤตเป็นตัวช่วยกระตุ้นการแตกตาดอก ได้ดอกสมบูรณ์ดียิ่งขึ้นครับ
คุณพิทักษ์ ทิวา
สวนลำใย
เกษตรกรผู้ทำสวนลำไย จังหวัดตาก ใช้สินค้าเทพวัฒนา แก้ปัญหาลำไยลัดใบอ่อน ช่วงทำดอก ใบกลับมาเขียวสมบูรณ์เป็นชุดเดียวกัน จนผ่าวิกฤตช่วงนั้นไปได้ ตอนนี้ได้ดอกพร้อมกันทั้งสวนแล้วครับ
คุณสมคิด อดีตประธานสหกรณ์ลำไยจังหวัดตาก



เพลี้ยไฟ ชื่อสามัญในภาษาอังกฤษ คือ thrips แมลงที่อยู่ใน Order: Thysanoptera ศัตรูพืชขนาดเล็กที่มีวงจรชีวิตสั้น แต่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว มีปากแบบเขี่ย-ดูด (rasping-sucking type) รูปร่างเรียว แคบยาว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกัน แต่ตัวอ่อนไม่มีปีก ซึ่งตัวอ่อนจะมีลำตัวมีสีเหลืองถึงน้ำตาลอ่อน ส่วนตัวเต็มวัยจะมีสีน้ำตาล หรือน้ำตาลดำ มีปีก 2 คู่ลักษณะคล้ายขนนก
ชนิดของเพลี้ยไฟที่พบการระบาด และสร้างความเสียหายมากที่สุดในประเทศไทย คือ เพลี้ยไฟพริก (Scirtothrips dorsalis) ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชที่ปรับตัวเก่ง สามารถเข้าทำลายพืชเศรษฐกิจได้หลากหลายชนิด
เพลี้ยไฟ เป็นแมลงศัตรูพืชที่มีวงจรชีวิตค่อนข้างสั้น ประมาณ 10-20 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนประชากรได้อย่างรวดเร็ว หากไม่มีการจัดการป้องกันการระบาดของแมลงศัตรูพืชที่เหมาะสม
เพลี้ยไฟ มักจะระบาดรุนแรงในช่วงอากาศร้อน แห้ง ฝนทิ้งช่วง หรือช่วงแตกใบอ่อน ออกดอก ติดผล แต่อย่างไรก็ตามการระบาดของเพลี้ยไฟมีได้ตลอดทั้งปี แต่อาจจะมีความรุนแรงเป็นระยะๆ
เพลี้ยไฟสามารถเข้าทำลายพืชได้หลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน มะม่วง ส้ม ลำไย มังคุด พริก มะเขือ พืชตระกูลแตง หอม กระเทียม กล้วยไม้ และไม้ดอกหลายชนิด ดังนั้น เพลี้ยไฟจึงถือเป็นศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายในพืชเกือบทุกชนิด
เพลี้ยไฟตัวเมียจะวางไข่ภายใต้เนื้อเยื่อพืช เมื่อเกิดเป็นตัวอ่อน และพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยจะใช้ปากเขี่ยผิวพืชจนเกิดแผล แล้วจึงดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้เซลล์พืชถูกทำลายเนื้อเยื่อพืชเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลผลิต และเพลี้ยไฟยังเป็นพานะนำเชื้อไวรัสเข้าสู่พืชได้
เพลี้ยไฟสามารถเข้าทำลายได้ทุกส่วนของพืช ทั้ง ใบ ดอก และผล ซึ่งอาการของพืชที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลายจะมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะสรีระของพืชนั้นๆ เช่น ทำให้ใบอ่อนหงิกงอ ขอบใบม้วนขึ้น ใบงอบิด ใบผิดรูป มีแผลไหม้สีน้ำตาลดำตรงเส้นกลางใบ ดอกแห้ง ดอกร่วง เกสรพัฒนาไม่สมบูรณ์ ผลพัฒนาได้ไม่ดี มีรอยแผลตะสะเก็ดที่ผิวเปลือก ผิวเปลือกกร้าน เป็นขี้กลาก เกิดอาการผลงอ ผลไม่เจริญเติบโต หนามจีบ
เพลี้ยไฟบางชนิดสามารถเป็นพาหะนำโรคไวรัสเข้าสู่พืชได้ เช่น โรคใบด่าง โรคเส้นใบด่างประ โรคใบหงิกเหลือง และโรคใบด่างจุดวงแหวน ทำให้เกิดความเสียหายได้มากกว่าปกติ
เพลี้ยไฟสามารถดื้อยาได้ ซึ่งเพลี้ยไฟเป็นแมลงที่มีโอกาสดื้อสารกำจัดศัตรูพืชสูง หากใช้สารกลุ่มเดิมติดต่อกันเป็นหลายครั้ง ดังนั้น จึงควรสลับกลุ่มสารออกฤทธิ์ของสารกำจัดศัตรูพืชเพื่อลดปัญหาการดื้อยาของเพลี้ยไฟ
ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟในช่วงเช้า หรือช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อนจัดเพื่อให้สารออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ และลดการระเหยของสารจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ควรเริ่มจัดการตั้งแต่พบการระบาดของเพลี้ยไฟในระยะแรก โดยเฉพาะในช่วงที่พืชมีการแตกยอดอ่อน ช่วงออกดอก เพื่อป้องกันก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุน และรักษาคุณภาพผลผลิตได้ดีกว่าการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว
ควรมีการสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยเน้นการสุ่มตรวจยอดอ่อน ใบอ่อน หรือดอก ในช่วงเช้า เพราะเป็นช่วงที่เพลี้ยไฟออกหาอาหาร และยังไม่หลบซ่อนตัว
กรอกฟอร์มเพื่อติดต่อเรา
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถกรอกรายละเอียดของคุณและข้อความที่ต้องการสอบถามได้ ทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด